Sonnenberg Civilian Bunker

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้มีการสร้างหลุมหลบภัยตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็นระหว่างปี 1960-1970 ถึงแม้สงครามเย็นจะจบไปแล้วแต่ก็มีการสร้างหลุมหลบภัยเรื่อยมาจนปัจจุบัน เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้คนในประเทศในยามที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน จึงได้มีการออกกฎหมายในปี 1963 ให้อาคาร บ้านเรือน ต้องมีการสร้างหลุมหลบภัยใต้ตัวอาคารให้เพียงพอกับประชากรชาวสวิสทุกคนเมื่อมีเหตุการณ์การโจมตีจากภายนอก ซึ่งสามารถที่จะเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ดี หากบ้านเรือนใดที่ไม่ได้สร้างหรือไม่มีหลุมหลบภัย จะต้องมีการจ่ายให้กับทางการเสมือนซื้อแห่งพักพิงฉุกเฉินเป็นเงิน 1,500 ฟรังซ์ต่อคน ในระหว่างปี 1979 – 2006 ได้มีการเก็บเงินไปทั้งหมด 1.3 พันล้านฟรังซ์ และ 750 ล้านฟรังซ์ก็ใช้เพื่อสร้างหลุมหลบภัยสาธารณะ ส่วนเงินที่เหลือก็ยังถูกเก็บไว้ 

ในปี 2005 สมาชิกวุฒิสภา นาย Pierre Kohler ได้มีการนำเสนอให้มีการยกเลิกการสร้างหลุมหลบภัยภายในอาคารบ้านเรือนที่ใช้เป็นที่พักอาศัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้านพักอาศัย (การก่อสร้างหลุมหลบภัยในบ้านพักมีค่าใช้จ่ายราวๆ 10,000 ฟรังซ์ ภายหลังได้มีการวิเคราะห์ถึงผลดีและผลเสีย ทางรัฐบาลเห็นว่าหลุมหลบภัยมีประโยชน์ไม่เพียงแต่ในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการทหาร แต่ยังช่วยในกรณีที่ผู้ก่อการร้ายโจมตีด้วยอาวุธเคมีหรือในเหตุการณ์ภัยทางธรรมชาติอีกด้วย 

ในปี 2006 ที่มีการสำรวจ มีหลุมหลบภัยมากถึง 300,000 แห่ง (รองรับคนได้ 7.5 ล้านคน) ในอาคารบ้านเรือน สถาบันการศึกษา และโรงพยาบาล และอีก 5,100 แห่ง (รองรับได้ 1.1 ล้านคน) เป็นหลุมหลบภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นผลให้ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีหลุมหลบภัยมากติดอันดับโลก หลุมหลบภัยเหล่านี้สามารถรองรับประชากรได้มากถึง 120 % ของจำนวนประชากรสวิสทั้งประเทศ (Room for the whole nation) ซึ่งหลุมหลบภัยนี้เป็นหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนทั่วไปและหลุมหลบภัยสำหรับใช้ในทางการทหาร แม้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใดและยึดตัวเองเป็นกลางตลอดมา แต่เนื่องจากภูมิประเทศอยู่ตรงกลางยุโรปทำให้อาจเกิดการโจมตีหรือการเข้ามาใช้ประโยชน์ของประเทศที่ก่อสงคราม ในภาวะที่ไม่มีสงครามสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากหลุมหลบภัยเป็น ที่เก็บของหรือใช้เพื่อประโยชน์อื่นๆ เป็นต้น

วันอาทิตย์ 30 เมษายน นินจึงได้โอกาสร่วมทัวร์ Rundgang Zivilschutzanlage Sonnenberg (Civilian bunker Sonnenberg) ซึ่งเป็นที่หลบภัยสำหรับประชาชนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขา Sonnenberg ตรงกลางเมือง Luzern, Switzerland ซึ่งหลมหลบภัยนี้ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป ต้องไปกับทัวร์เท่านั้น เลยรอโอกาสจะได้เข้าไปดู

Sonnenberg bunker ได้ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปี 1970 – 1976 ด้วยราคาค่าก่อสร้างมากถึง 38.6 ล้านสวิสฟรังซ์ เป็นหลุมหลบภัยที่มีขนาด 7 ชั้น ความสูง 18.6 เมตร กว้าง 16 เมตร และมีความยาว 36.8 เมตร ด้านบนเป็นหอบัญชาการทางทหาร ด้านล่างเป็นห้องฉุกเฉินที่สามารถรักษาพยาบาลและทำการผ่าตัด มีที่พักสำหรับผู้มาหลบภัย ห้องน้ำอย่างง่าย ทางเข้า-ออกได้จากทางอุโมงค์มอเตอร์เวย์ อีกทั้งมีประตูหนัก 350 ตัน หนา 1.5 เมตร 4 ประตูคอยป้องกันอันตราย ซึ่งสามารถกั้นได้แม้กระทั่งกัมมันตภาพรังสีของระเบิดปรมาณูขนาด 1 เมกกะตันไม่ให้เข้ามายังที่หลบภัยแห่งนี้ได้ สามารถที่จะรองรับประชาชนได้ถึง 20,000 คน ด้วยกัน ซึ่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของประชากรชาวลูเซิร์น สามารถที่จะพักได้นานติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์ ในปัจจุบันนี้ทางการลดขนาดให้เป็นที่หลบภัยสำหรับประชาชนเพียง 2,000 คน เท่านั้น เนื่องจากทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีหลุมหลบภัยมากเพียงพอที่จะรองรับประชากรได้ 120% ของประชากรทั้งประเทศ อย่างไรก็ดี หลุมหลบภัยแห่งนี้ก็ยังไม่เคยถูกใช้ตามวัตถุประสงค์แต่อย่างใด

 

ภาพจาก Unterrirdisch Ueberleben แสดงทางเช้ามอเตอร์เวย์ซึ่งใช้เป็นทางเช้าหลุมหลบภัยในกรณีฉุกเฉิน และมีประตูขนาดใหญ่เปิด-ปิดเพื่อป้องกันการโจมตีหรือกัมมันตภาพรังสิได้

ประตูทางเข้า Zivilschutz Sonnenberg ซึ่งถ้ามองจากด้านนอกก็ไม่เห็นมีจุดเด่นเป็นพิเศษอันใด

 

ไกด์ของเราวันนี้ คุณ Kathy Bajaria เป็นคนอังกฤษที่หลงรัประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่สวิตมา 15 ปีแล้ว เป็นไกด์อธิบายสำหรับทัวร์นี้

 

ทางเดินเข้าไปด้านใน

โครงสร้างภายใน จะมีระบบหมุนเวียนอากาศอยู่ 2 ตัว ซึ่งหากอันใดอันหนึ่งเสีย อีกอันก็สามารที่จะใช้แทนกันได้ ท่อสีดำคืออุโมงค์มอเตอร์เวย์ จากภาพเราจะเห็นตึก 2 ตึก ตึกทางด้านซ้ายเป็นตึกในส่วนปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ และตึกทางด้านขวาเป็นตึกสำหรับผู้หลบภัย เราเดินเข้ามาบนเส้นทางเบอร์ 1 จุดที่เราเข้าชมในวันนี้เป็น 2a, 2b, 3, 6a, 7a และ 7c ซึ่งเป็น ระบบกรองอากาศ ห้องประชุมและที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ ห้องพักประชาชน ห้องพยาบาล และห้องครัว ตามลำดับ

ภาพจาก http://unterirdisch-ueberleben.ch

จุดนี้เราเดินผ่าน ตามแผนภาพคือ 2a เป็นระบบกรองอากาศเพื่อให้สามารถกระจายไปได้ทั้ง 7 ชั้น

เราจะเดินทาง 2b ซึ่งเป็นแผนที่ของระบบสำรองไฟ และระบบหมุนเวียนอากาศ

จากนั้นเราก็เดินต่อมาที่ส่วน 3 คือ ส่วนห้องประชุมสำหรับวางแผนการปฏิบัติงานและที่พำนักของเจ้าหน้าที่

นาฬิกาอันนี้สังเกตุด้านล่างขวาจะมีจุดสีส้ม เอาไว้สำหรับบอกเวลากลางวันและกลางคืน

จากนั้นเราเดินต่อไปในส่วน 6a ซึ่งคือ ห้องพักของผู้หลบภัย คุณ Kathy ได้อธิบายถึงหลักการสร้างหลุมหลบภัยแห่งนี้ว่า หลุมหลบภัยแห่งนี้ถูกสร้างรวมอุโมงค์มอเตอร์เวย์ลูเซิน โดยคำนึงถึงความสามารถที่จะจัดควบคุมและจัดสรรผู้คนเข้าที่พัก ทั้งยังสามารถที่จะสร้างประตูกันการโจมตีและกัมมันตภาพรังสีได้ เมื่อเกิดเหตุการฉุกเฉินผู้คนจะเดินทางมาที่อุโมงค์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดสรรให้เข้าที่พัก โดยภายในอุโมงค์จะมีประตูแยกประชาชนให้เข้าที่พัก มีหมายเลขแสดงประตู ห้อง เตียง และแต่ละส่วนก็จะมีหัวหน้า เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาพด้านล่างแสดงภาพจำลองการใช้ชีวิตภายในหลุมหลบภัย ดูออกจะหรูหราไม่น้อยทีเดียว

ห้องนอนชั่วคราวจะถูกแบ่งให้เป็นช่องเล็กๆ ตามภาพ อ่างล้างหน้าและห้องส้วมมีการแบ่งแยกส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว คิดแม้กระทั่งเรื่องนี้ ใส่ใจในรายละเอียดจริงๆ

ส้วมอย่างง่ายที่ถูกออกแบบเพื่อใช้ในที่หลบภัยแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นถุงพลาสติก เมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็จะนำไปทิ้งที่ถังขยะที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ คุณ Kathy ก็ได้เล่าติดตลกว่า หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหนหากถังขยะเต็มแล้ว

จุดนี้เป็นส่วน 7a ในเป็นห้องสำหรับรักษาพยาบาล ซึ่งห้องพยาบาลนั้นจะอยู่ด้านล่าง 3 ขั้นสุดท้าย มีเตียงสำหรับรักษาพยาบาล 382 เตียง และห้องที่ใช้สามารถทำการผ่าตัดได้เลย 2 ห้องปฏิบัติการ

ก่อนลงไปยังห้องสุดท้ายของทัวร์ เราจะสามารถเห็นวิวของทางมอเตอร์เวย์ที่ใช้เป็นทางเข้าของหลุมหลบภัยแห่งนี้

ห้องสุดท้ายที่เราเข้ามาชมในวันนี้ เป็นห้องที่อยู่ด้านล่างสุด คือ 7c ซึ่งเป็นห้องครัว ซึ่งห้องครัวนี้ไม่ได้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับทำอาหารให้ประชาชน แต่ใช้เตรียมอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งอาหารที่เตรียมจะเป็นผงละลายน้ำซึ่งมีธาติอาหารเพียงพอจะประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันเท่านั้น โดยประชาชนที่มาจะต้องเตรียมอาหารติดตัวมาด้วย

ถังใส่น้ำที่ถูกคำนวณว่าสามารถเก็บน้ำสำหรับประชาชน 20000 คน คนละ 4 ลิตรต่อคนต่อวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยจะมีการคิดแผนสำรองตั้งแต่ a ถึง d สำหรับการจัดสรรน้ำ โดยเริ่มจาก น้ำที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ในเมือง จากนั้นน้ำจากทะเลสาบ จนเมื่อไม่สามารถที่จะออกไปเอาน้ำจากด้านนอกได้จึงจะนำน้ำที่เก็บไว้มาใช้

คุณ Kathy อธิบายต่อว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินควรจะต้องเตรียมอะไรติดตัวมา ควรเป็นอาหารแห้งที่สามารถที่จะเก็บได้นานหลายเดือน เช่นซีเรียล ผลไม้กระป๋อง ผลไม้แห้ง ของดอง โดยห้ามเตรียมอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ นม ผลไม้สด ชนมปัง หรืออาหารที่จะต้องปรุงเข้ามาเลย (ซึ่งพอดีลืมถาม แต่จากความเห็นส่วนตัวคิดว่า อาหารสดเหล่านี้ จำเป็นจะต้องมีการจัดการทำลายที่ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นเมื่อเกิดการเน่าเสียจะส่งกลิ่นและอาจนำพาเชื้อโรคเข้ามาทำให้เกิดการเจ็บป่วยและอาจแพร่เชื้อไปติดต่อยังบุคคลอื่นได้) ซึ่งในแต่ละบ้านจะมีคู่มือนี้อยู่ด้วย

ทัวร์จบแล้ว เราก็เดินขึ้นบันไดวนมาถึงทางออกเพื่อออกไปยังโลกภายนอก เดินขึ้นบันไดวน 7 ชั้น เหนื่อยใช่เล่นเลยสำหรับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย แต่ก็คุ้มที่ได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

มีคำกล่าวของคุณ Richard Ross เป็นช่างภาพชาวอเมริกาที่หลงไหลการเข้าชมหลุมหลบภัยของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ภายหลังได้เข้าชมหลุมหลบภัยที่นี่ในปี 2005 ได้กล่าวว่า "ผมคิดว่า หากเกิดการทำสงครามนิวเคลียร์จริง ผู้รอดชีวิตน่าจะเป็น ต้นไม้ ใบหญ้า Cheney (Dick Cheney) คนอิสราเอล คนสวิส mormons (ผู้เคร่งศาสนา) และแมลงหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นส่วนผสมที่น่าสงสัย”

“I think if there were a real nuclear exchange, the survivors would be bush, Cheney, some Israelis, the Swiss, the Mormons, and assorted insects – a curious mixture”

ถึงแม้ว่าหลุมหลบภัยแห่งนี้ไม่ได้เคยถูกใช้งานจริง แต่ก็มีการตรวจความพร้อม ฝึกซ้อม และมีการสำรองอุปกรณ์ทุกอย่างอยู่เสมอเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อต้องนำมาใช้งานจริง อุปกรณ์ทุกอย่างยังสามารถใช้งานได้ ที่แห่งนี้เคยกักตัวกลุ่มผู้ประท้วง เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าจะนำกลุ่มผู้ประท้วงไปกักไว้ที่ใดด้วย

ซึ่งเราก็มานั่งคิดนะ ว่าคนสวิสเค้าค่อนข้างขี้กลัวไปไหมที่จะจัดเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้ามากมายหรือกระทั่งลงทุนต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของคนในประเทศ แต่พอมานึกดูจริงๆ แล้วการที่เราจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมล่วงหน้าก็ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังคำกล่าวสุภาษิตไทยที่เป็นจริงว่า "วัวหายล้อมคอก" ก็หวังว่าประเทศไทยจะคิดและวางแผนล่วงหน้าโดยไม่ยึดเอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง

Sonnenberg Civil Bunker ไม่ได้เปิดให้เข้าชมแบบทั่วไป หากต้องการเข้าชมต้องทำการนัดหมายซึ่งได้ทั้งแบบส่วนตัวหรือเป็นกรุ๊ป มีค่าใช้จ่าย 250 ฟรังซ์ต่อกรุ๊ปต่อชั่วโมง หรือหากต้องการจอยไปกับทัวร์ทั่วไปเป็นภาษาอังกฤษก็สามารถที่จะดูวันที่มีการจัดทัวร์ได้ ซึ่งจะมีจัดเดือนละครั้งทุกอาทิตย์สุดท้ายของเดือน โดยทัวร์จะใช้เวลาโดยประมาณ 1.30 ชั่วโมง และค่าธรรมเนียม 30 ฟรังซ์ หากสนใจสามารถที่จะอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก "Sonnenberg Civilian Bunker"

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

https://www.swissinfo.ch/eng/prepared-for-anything_bunkers-for-all/995134

https://www.thelocal.ch/20161020/inside-switzerlands-largest-nuclear-bunker-40-years-on

https://unterirdisch-ueberleben.ch/zivilschutzanlage/

https://www.zentralplus.ch/de/news/gesellschaft/5505471/Spielend-durch-den-Bunker-im-Sonnenberg.htm


แบบฟอร์มการจอง
ท่านสามารถที่จะส่งรายละเอียดระยะเวลาและโปรแกรมคร่าวๆ ของท่านให้เรา เพื่อที่เราสามารถที่จะเสนอราคาที่ดีที่สุดให้กับท่าน