หมู่บ้าน Brixen หรือ Bressanone
บริกเซน (Brixen) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า เบรสซาโนเน (Bressanone) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเซาท์ไทโรล (South Tyrol) และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากที่สุดในเทือกเขาแอลป์ เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคไทโรล ในอดีตบริกเซนเป็นที่พำนักของบิชอป (Prince-Bishops) มานานหลายศตวรรษ ทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและศาสนาที่สำคัญระหว่างอิตาลีและยุโรปกลาง
นินได้ทำวีดีโอไว้ด้วยนะคะ เพื่อนจะได้เห็นภาพจริง
แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาด
มหาวิหาร Bressanone Cathedral (Duomo di Bressanone)
คืออัญมณีทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ และถือเป็นหนึ่งในโบสถ์สไตล์บาโรกที่งดงามที่สุดในแถบเทือกเขาแอลป์ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคือหอคอยคู่ที่สูงตระหง่านอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบริกเซนมานานนับพันปี ตัวโบสถ์เดิมสร้างขึ้นในยุคโรมาเนสก์ (ศตวรรษที่ 10) แต่ถูกทำลายด้วยไฟไหม้หลายครั้ง จนกระทั่งในศตวรรษที่ 18 ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ให้เป็นสไตล์ บาโรก (Baroque) ที่หรูหราอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าที่ Piazza del Duomo ซึ่งในช่วงนี้ (ธันวาคม) จะเป็นที่ตั้งของตลาดคริสต์มาสที่สวยงามมาก
Hofburg (The Bishop’s Palace (พระราชวังบิชอป))
เป็นหนึ่งในอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สุดในภูมิภาค South Tyrol ครับ เดิมเคยเป็นที่พำนักของบิชอปผู้ปกครองเมือง (Prince-Bishops) ตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 13 จนถึงปี ค.ศ. 1973 ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะและประวัติศาสตร์ทางศาสนาที่ล้ำค่า จุดเด่นคือ รูปปั้นดินเผา (Terracotta Statues) 24 รูปที่ตั้งอยู่ในช่องกำแพง ซึ่งแสดงลำดับวงศ์ตระกูลของราชวงศ์ Habsburg มีค่าเข้า 13 ยูโร
หากเพื่อนๆ มาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ลานกลางพระราชวัง Hofburg มักจะมีการจัดแสดง Light & Music Show (เช่น Soliman's Dream) ซึ่งเป็นการฉายแสงสีบนผนังอาคารที่สวยงามและได้รับความนิยมมาก
เมืองเก่า (Stufels)
ย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำ Isarco และ Rienza เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยแคบๆ บ้านเรือนสีพาสเทลที่มีหน้าต่างประดับดอกไม้ และร้านอาหารท้องถิ่นที่เสิร์ฟอาหารไทโรลแท้ๆ และอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในย่านที่รักษาบรรยากาศยุคกลางได้สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเซาท์ไทโรล ในขณะที่ศูนย์กลางเมืองรอบมหาวิหารจะเน้นความหรูหราอลังการแบบบาโรก แต่ Stufels จะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเหมือนคุณหลุดเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายหลังมีหน้าต่างแบบ Erker (Bay windows) หรือหน้าต่างยื่นออกมาจากตัวอาคาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของแถบไทโรล เพียงแค่ข้ามสะพาน Adlerbrücke (Ponte Aquila) จากเมืองใหม่ คุณก็จะเข้าสู่เขต Stufels ทันที