Skip to main content

Europa Park

สวนสนุก Europa Park

นินได้มีทำวีดีโอสำหรับเพื่อนๆ เพื่อให้เห็นว่า เราชอบสวนสนุกแห่งนี้ไหม ซึ่งสวนสนุกนี้อยู่ไม่ไกลจากสวิส หากใครทำทริปสวิสแล้วอยากหาอะไรทำเพิ่มก็เป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับครอบครัว หรือใครที่ต้องการสูบฉีดอะดีนาลีนละก็ อย่าพลาดเลยนะคะ

นินได้ทำวีดีโอ สำหรับที่นี่ เพื่อนๆ ที่ต้องการจะทราบว่าที่นี่เป็นอย่างไร ไปติดตามในวีดีโอได้เลยนะคะ

{source}

<iframe width="858" height="480" src="https://www.youtube.com/embed/nnKN-leJSC0?si=tdZAV8oQ2sk5p22g" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>

{/source}

Europa Park ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวนสนุกที่ดีที่สุดในโลก" จากรางวัล Golden Ticket Awards ของนิตยสาร Amusement Today หลายปีติดต่อกัน (เช่น ได้รับรางวัลนี้ 8 ปีติดต่อกันจนถึงปี 2022) เป็นสวนสนุกที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเยอรมนีและเป็นอันดับสองในยุโรปรองจาก Disneyland Paris ด้วยผู้เข้าชมกว่า 6 ล้านคนต่อปี (รวมถึงสวนน้ำ Rulantica)

Europa-Park มีรากฐานมาจากธุรกิจครอบครัว Mack ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถม้ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ครอบครัว Mack ได้เริ่มผลิตเครื่องเล่นสำหรับงานรื่นเริงและสวนสนุกต่างๆ ในปี 1880 พวกเขาเริ่มผลิตรถไฟเหาะและเครื่องเล่นอื่นๆ สำหรับสวนสนุก

แนวคิดในการสร้าง Europa-Park เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อ Franz Mack (รุ่นที่ 7) และลูกชาย Roland Mack (วิศวกรเครื่องกล) เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาแนวคิดของสวนสนุก พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากสวนสนุกในอเมริกา และตัดสินใจสร้างสวนสนุกของตนเองเพื่อใช้เป็น "โชว์รูม" สำหรับเครื่องเล่นที่พวกเขาผลิต

ปัจจุบัน Europa-Park ได้มีการจัดแบ่งเป็นธีมโซนหลักๆ ประมาณ 20 โซน โดยส่วนใหญ่เป็นโซนที่จำลองประเทศต่างๆ ในยุโรป และบางส่วนเป็นโซนที่มีธีมเฉพาะตัว แต่ละโซนจะมีสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ร้านอาหาร เครื่องเล่น และการแสดงที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศหรือธีมนั้นๆ ทำให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปทั่วทวีปยุโรปภายในวันเดียว 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหวาดเสียวและรถไฟเหาะ

Europa-Park มีชื่อเสียงเรื่องรถไฟเหาะที่หลากหลายและน่าตื่นเต้น หากคุณเป็นสายแอดรีนาลีน ห้ามพลาดโซนเหล่านี้:

  • ไอซ์แลนด์ (Iceland)
    • Blue Fire Megacoaster: รถไฟเหาะตีลังกาแบบปล่อยตัว (launched coaster) ที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงตั้งแต่เริ่มต้นและมีการตีลังกาหลายจุด เป็นหนึ่งในรถไฟเหาะยอดนิยมที่สุดของสวนสนุก
    • WODAN Timburcoaster: รถไฟเหาะไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกดิบและแรงกระแทกอันเป็นเอกลักษณ์ของรถไฟเหาะไม้
  • ฝรั่งเศส (France)
    • Silver Star: รถไฟเหาะเหล็กขนาดใหญ่และสูงที่สุดในสวนสนุก (สูงกว่า 73 เมตร) ให้ความรู้สึกรวดเร็วและหวาดเสียวจากความสูงและการดิ่งลง
    • Eurosat CanCan Coaster: รถไฟเหาะในร่มที่ปรับปรุงใหม่ในธีม Moulin Rouge ที่สวยงาม ให้ประสบการณ์ที่มืดมิดและพลิกผัน
  • โปรตุเกส (Portugal)
    • Atlantica SuperSplash: รถไฟเหาะน้ำขนาดใหญ่ที่พาคุณขึ้นไปบนความสูงแล้วดิ่งลงมาสู่ผืนน้ำ สร้างคลื่นยักษ์
  • กรีซ (Greece)
    • Poseidon: รถไฟเหาะน้ำอีกแห่งที่ผสมผสานระหว่างรถไฟเหาะปกติกับการสแปลชลงน้ำ ให้ทั้งความเร็วและความสดชื่น
  • โครเอเชีย (Croatia)
    • Voltron Nevera: รถไฟเหาะใหม่ล่าสุดที่ได้รับรางวัล "Best New Roller Coaster" ในปี 2024 มีลูกเล่นการหมุนและพุ่งออกตัวที่หลากหลาย ทำให้เป็นหนึ่งในประสบการณ์รถไฟเหาะที่ล้ำสมัยที่สุด

การเดินทาง นินแนะนำให้นำรถส่วนตัวไปนะคะ เพราะการใช้รถสาธารณะที่นี่อาจจะค่อนข้างลำบากพอสำควรเลยนะคะ 

ข้อแนะนำ การเที่ยวที่นี่ นินไม่แนะนำวันศุกร์และเสาร์ ที่จะมีทั้งคนพื้นที่ ฝรั่งเศสและสวิสพาครอบครัวมาเที่ยวกันเยอะมาก ดังนั้นแต่ละสถานที่อาจจะต้องต่อคิวยาวนาน ส่วนวันอื่นๆ เพื่อนๆ จะได้เล่นกันแบบจุใจเลยทีเดียว